[Fic & AUfic] Incompleto :: Lost [2] (D18)
posted on 09 May 2009 20:52 by freedeal in Fiction
Lost [2]
ตลอดชั่วชีวิตของคนอย่างฮิบาริ เคียวยะ ไม่เคยต้องทำอะไรที่ขัดใจตัวเอง.......
นั้น....เพราะไม่มีใครกล้าพอจะขัด.......
เพราะไม่เคยมีใครอาจหาญชนกับเมฆาผู้ไร้เทียมทาน.......
เพราะใครที่ท้าทายกฏแห่งนามิโมริ มันต้องได้รับจุดจบแบบไม่ตายดี............
และเพราะ คงไม่มีใครที่ทั้งบ้าและโง่ ขนาดริไปมีเรื่องให้เป็นที่ขวางหูขวางตาก๊อดฟาเธอร์เจ้าถิ่น.............
เป็นผู้ชายที่ล่องลอยอย่างอิสรเสรีตามวิถีทางแห่งตน สมกับธรรมชาติของเมฆาบนนภาสีใส
แล้วไอ้ม้าพยศคิดว่าตัวมันเป็นใคร.... ถึงกล้าทำให้เขาต้องมายืนรอมันอยู่ที่นี้ 12นาทีเต็มๆ!!!!!
.......................................
จากการจัดอันดับขั้นเทพของRanking ฟูตะ ณ ปัจจุบัน
สองสิ่งแรกที่ฮิบาริ เคียวยะ เกลียดที่สุดคือ......
‘การสุมหัว’ และ ‘การรอ’
............................................
“หึ อย่ามาสายละกัน เจ้าสัตว์กินพืช”
คำพูดสุดท้ายดั่งประกาศิตก่อนจากกันเอ่ยจากร่างบาง คนตัวสูงรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ แต่พอเอาเข้าจริงแล้ว
สุดท้ายแกมันก็..........
จิตสังหารดำมืดแผ่ขยายหน้าโรงหนังใจกลางเมืองนามิโมริจนผู้คนที่เดินสัญจรไปมาทั้งหนุ่มสาว เด็กเล็กยันคนวัยรุ่นปู่รุ่นป้าที่เป็นไม้ใกล้ฝั่งเข้าไปทุกวันพากันเลี่ยงที่จะเดินผ่านหรือเฉียดใกล้พลางหลบสายตาไม่ให้ไปเจอะกับนัยน์ตาสีนิลคมปลาบนั้นเข้าด้วยกลัวว่าจะเป็นเหยื่อให้อีกฝ่ายฟาดเล่นระบายอารมณ์หงุดหงิดแล้วกลายเป็นศพก่อนเวลาอันควรอย่างที่ชาวเมืองเห็นกันชินตาเป็นประจำ แต่กลับไม่มีใครเอาความด้วยเลยสักรายให้เสียประวัติพลเมืองดีศรีนามิโมริ
ถ้าให้ชั้นรออีกแม้แต่นาทีเดียวละก็ แกตายแน่ ดีโน่ คาบัคโรเน่!!!
บรื้นนนนน............!!
เอี๊ยดด!!!!!
รถหรูสีดำคันงามแล่นปราดจอดเทียบบันไดหน้าโรงหนังราวม้ารู้ คนชะตาขาดโผล่พรวดจากประตูรถในชุดสูทดำแบบไม่ค่อยเป็นทางการนักเพราะชายเสื้อหลุดออกมานอกกางเกง แถมเนคไทก็ลุ่ยๆเยินๆเหมือนถูกกระชาก
ตึก ตึก ตึก
“โทษทีนะเคียวยะ! เผอิญมีประชุมด่วนน่ะเลยมา......เฮ้ย!!!”
หลังจากร่างบางคอยมา12นาทีกับอีก18วินาทีเต็มไม่ขาดไม่เกิน ทอนฟาก็ได้ฤกษ์ออกมาวาดลวยลายตวัดผ่านหน้าคนเพิ่งมาที่ชะตาขาดแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว โชคยังเข้าข้างดีโน่อยู่ที่เบื้องหลังมีขบวนลูกน้องที่ห้อยสอยติดตามบอสคนเก่งมาด้วยราว5คน แน่นอนว่าไม่มีใครเข้ามาขวางหรือจับแยกคนทั้งสองออก เพราะรู้ซึ้งดี
อีกอย่างบอสคงจัดการเคลียร์ปัญหานี่ได้เอง...........มั้งนะ(?)
.................................
หลังจากตุ้บตั้บทวงหนี้ค่าเสียเวลาพอเป็นพิธีแล้ว คนสองคนในสภาพต่างราวฟ้ากับเหวก็มานั่งบนที่นั่งระดับVIPเรียบร้อย มันเป็นโซฟาขนาดนั่งได้ไม่เกิน3คน เบาะนุ่มหุ้มด้วยผ้ากำมะหยี่สีแดงเข้ม สามารถปรับระดับและเปลี่ยนเป็นเบาะนอนได้ มีโต๊ะส่วนตัวสำหรับสั่งของมาทานเล่นได้ตามอัธยาศัย สำหรับดีโน่และฮิบาริแล้ว เหล่านี้เป็นบริการฟรีทั้งหมดที่คุณลุงเจ้าของบริษัทแม่ที่ทำธุรกิจโรงภาพยนตร์และรู้จักกันดีกับบอสคาบัคโรเน่แฟมิลี่เป็นผู้รับผิดชอบ แถมลูกน้องก็ปล่อยให้ยืนอารักขาอยู่นอกประตู ที่เหลืออยู่มีแค่ตนและร่างบางที่ชวนมาด้วยเท่านั้น
บรรยากาศเงียบๆ.........อย่างที่คนน่ารักข้างตัวชื่นชอบ
ความมืด................ที่น่าพิสมัยยิ่งกว่ายามที่รู้ว่าจะมีเพียงเขาเท่านั้นที่จะได้เห็นหน้าของคนตัวเล็กในมุมแปลกใหม่
อยู่กันตามลำพัง.............ตามแผนของเขาเป๊ะๆ(???)
แบบนี้ถ้าไม่ใช่สวรรค์ของม้าพยศแล้ว จะให้เรียกว่าอะไรได้อีก!!?
โลกส่วนตัวของดีโน่พาล่องลอยไปไกลจนลืมนึกไปเลยว่าต่อให้มีคนรึไม่มี ถ้าอีกฝ่ายยัวะเมื่อไหร่ ‘เดท’ก็เป็นอันจบเห่ได้ทุกเมื่อ
ยิ่งเป็นส่วนตัวสองต่อสอง.......ถ้าทำอะไรรุ่มร่ามแม้แต่นิด ม้านำเข้าจากอิตาลีก็มีสิทธิ์กลับบ้านเก่าไปเกิดใหม่ได้โดยไร้คนรู้เห็น ดีไม่ดีอาจเป็นผีเจ้าที่เฝ้าโรงหนังเลยก็เป็นได้
แต่เมื่อความรักมันบังตา ให้โลกเป็นสีม่วง(?)อมชมพูเช่นนี้ มีหรือว่าที่ศพผู้พลีกายถวายชีวิตเพื่อรักจะสน!!!!!
ร่างสูงเอาแต่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่นั่งเอกเขนกบนโซฟานุ่มแถมดวงตายังเลื่อนลอยเหมือนหลุดโลก แต่เพราะความมืดทำให้ร่างบางมองไม่เห็นมุมหน้าหลุดๆเพ้อๆของชายหนุ่มหัวทอง
ฮิบาริมองซ้ายมองขวา นึกพอใจนักที่ไม่มีพวกชอบสุมหัวให้เป็นที่รำคาญใจเหมือนที่เห็นบ่อยๆตามสถานที่เพื่อให้ความบันเทิงเช่นนี้ เจ้านกอ้วนกลมสีเหลืองปุกปุยก็เอาแต่สนใจกับขนมขบเคี้ยวที่วางละลายตาบนโต๊ะ กระโดดละจากจานโน่นมาจานนี่ทีไม่เว้น เจ้านายเฝ้าดูสัตว์เลี้ยงแสนรักไล่ชิมขนมเวียนไปทีละจานอย่างเพลินๆจนเพิ่งนึกอะไรบางอย่างที่สำคัญขึ้นได้
หนังที่ไอ้ม้าพยศชวนเขามา มันเรื่องอะไรนะ?
“ม้าพยศ นี่หนังเรื่องอะไรนะ?”
“ดูไปก่อนเดี๊ยวก็รู้เองแหละเคียวยะ” ร่างสูงหันมาตอบท่าทางดี๊ด๊าเกินหน้าเกินตา “มาแล้วๆ.....”
แสงสว่างวาบฉายบนหน้าจอกว้างใหญ่สูงเกือบเท่าตึก3ชั้น ภาพโฆษณายาวเหยียดที่ควรมีถูกตัดทิ้งออกไปตามคำแนะนำของดีโน่
...ถ้าชวนมาดูหนังแล้วให้รอแต่โฆษณา กว่าหนังจะฉายก็กลัวว่าฮิบาริจะลุกมาขย้ำพนักงานแถมถล่มโรงหนังซ้ำอีกต่างหาก มันไม่คุ้ม....
เพลงไตเติ้ลดังขึ้นช้าๆราวโหมโรง จังหวะเนิบนาบทว่ากลับสะกดอารมณ์คนดูเพียงสองให้เผลอปล่อยใจไปกับเสียงดนตรีแนวคลาสสิคที่บรรเลงลื่นไหล
หนังเพลง....?
เจ้าม้าบ้าปัญญาอ่อนมันชอบดูหนังแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย???
ตัวละครผลัดกันออกมาประชันลีลาบทบาทในเรื่อง บทสนทนากว่า80%ล้วนถูกดัดแปลงเป็นคำร้อง โทนช้าสลับเร็ว ทุ้มต่ำสลับถี่สูงเป็นท้วงทำนองประสานเข้ากันได้ลงตัว จนคนเลือดชาตินิยมแรงอย่างฮิบาริ เคียวยะ ก็ยังอดชมไม่ได้
แน่นอนว่า ต้องชมในใจเท่านั้น เรื่องอะไรจะพูดให้เจ้าม้าพยศนี่ได้ยินกันล่ะ.....
พอดูไปสักพักฮิบาริก็พอจะจับเค้าโครงเรื่องได้ ....นางเอกเป็นหญิงสาวชาวญี่ปุ่นยุคโบราณที่ถูกจับหมั้นหมายกับขุนนางชั้นสูงในราชสำนัก แต่แล้วพอเกิดสงครามใหญ่ เป็นกลียุค ข้าวยากหมากแพง ผู้คนส่วนใหญ่กลายเป็นทาสและคนมั่งมีก็พลอยหมดตัว หล่อนถูกส่งขายเป็นทาสต่อให้พระเอกที่เป็นเศรษฐีชาวอิตาลี และไปอยู่รับใช้ที่คฤหาสน์ของเขา
เนื้อเรื่องก็พอดูได้... ถ้าไม่ใช่เพราะหนังมันเริ่มออกแนวน้ำเน่าเพราะมีภรรยาหลวงกับภรรยาน้อยอีกสอง แถมลูกติดอีกสองพ่วงมาอยู่ในคฤหาสน์เดียวกันนี่แหละ!!!
ยังดีหน่อยที่นางเอกยังมีการตอบโต้กลับบ้าง เถียงกลับบ้างรึไม่ก็ที่แรงหน่อยคือตบซ้ายขวา ผิดตามวิสัยเรียบร้อยของหญิงยุคโบราณที่ยังยึดมั่นในขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามไปนิดหน่อย
......ถ้าลองเป็นเขาล่ะก็ เจอแบบนี้ พ่อจะฟาดให้ยับตั้งแต่เจอหน้าแล้ว แถมเผาคฤหาสถ์ให้มันไม่มีที่ซุกหัวนอนด้วย!!!
ความเงียบที่ไม่ชวนให้อึดอัดอย่างที่เจอประจำของร่างบางทำให้ร่างสูงนึกโล่งใจได้เปราะหนึ่ง อย่างน้อยก็ไม่ลุกขึ้นมาอาละวาดโวยวายอย่างที่นึกๆไว้ว่าอาจมีโอกาสสัก50% ที่จะกลายเป็นศพเละๆก่อนหนังจบเพราะไม่ถูกใจ เห็นทีคงต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ซะแล้ว.....
นิ่งไปนิดพลางคิดอะไรได้
ความจริงแล้วหนังเรื่องนี้มัน.......
ลอบยิ้มบางๆ ดีโน่เขยิบตัวเข้าไปใกล้คนตัวเล็กแบบไม่ให้รู้ตัว ฉากในหนังดำเนินมาถึงตอนที่นางเอกวิ่งหนีพระเอกออกไปนอกคฤหาสน์ทั้งๆที่ฝนตก ชุดยูกาตะที่ถูกดัดแปลงให้สวมได้คล่องตัวมากขึ้นเปียกแนบลู่กับเรือนร่างขาวผุดผาด
และสิ่งที่ทำให้ทั้งพระเอกและคนดูตกใจไม่แพ้กัน คือนางเอกจากแดนอาทิตย์อุทัยไม่มีอวัยวะสำคัญที่เป็นเอกลักษณ์ของเพศแม่ ....หน้าอก....!!!
“นี่มัน......” ฮิบาริพูดไม่ออกตอนแรกคิดว่าเป็นหนังเพลงที่มีเนื้อเรื่องธรรมดาๆไม่มีอะไร ใครจะรู้ล่ะว่ามันมีหักมุมแบบนี้ด้ว.....
ซ่าาา!!!!
!!!!!
“อ๊ะ! หวา ขอโทษนะเคียวยะ มือมันลื่นไปหน่อย!!”
คนต้นเรื่องลุกลี้ลุกลน ในมือยังถือแก้วน้ำพลาสติกฝาเปิดอ้าค้างไว้ ของเหลวเย็นๆไหลซึมตั้งแต่แผ่นอกใต้เชิ้ตขาวลงมาถึงหน้าตัก อุณหภูมิติดลบทันทียิ่งกว่าอยู่ขั้วโลก
“แก๊......!!! ไอ้ม้าพยศ!!!” คนตัวโชกเกือบหมดกัดฟันกรอด
นี่เขาลืมไปได้ไงนะว่าไอ้หมอนี่มันซุ่มซ่ามยิ่งกว่าอะไรดีตอนที่ลูกน้องไม่อยู่น่ะ!!???
นัยน์ตาสีนิลฉายประกายเหมือนสัตว์ใหญ่จ้องตะครุบเหยี่อ และเหยื่อที่ว่าคงไม่พ้น..... ก่อนจะได้ทันหายใจแล้วเขียนพินัยกรรม สุรเสียงจากสวรรค์แผดลั่นพลันพุ่งเข้าหา
“....ตาย!!!”
พรืดด.......
“อะ....!”
ยามทอนฟาคู่ใจตวัดเข้าที่ใบหน้าอย่างจงใจ ดีโน่เอี้ยวตัวหลบไปเหยียบก้อนน้ำแข็งที่ตกกระจายเรี่ยราดบนพื้น ร่างสูงเสียศูนย์หงายหลังตึง!
และเท้าของม้าซุ่มซ่ามก็ดันไหลไปตัดขาคนตัวเล็กที่โกรธจนหน้ามืด ล้มลงมากระแทกด้วยอีกคนดังโครม!
“อู๊ยย.....เจ็บๆๆ” บอสแก๊งค์ใหญ่ร้องครวญพลางยันกายมือคล่ำหัวปอยๆ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าลุกไม่ขึ้นเพราะมีร่างของใครบางคนทับอยู่
และใครคนนั้นก็กำลังส่งสายตาคาดโทษจนคนมองหน้าซีด
“เคียวยะ.... คือว่า.....”
‘ไม่! ปล่อยข้านะเจ้าคนวิปริต!!!’
เสียงหนึ่งหยุดการกระทำและคำพูดให้ชะงักงัน ตาต่างสีสองคู่หันไปมองที่หน้าจอพร้อมกัน
‘หึ ถ้าเจ้าว่าข้าวิปริต แล้วนี่คืออะไร...!?’
ภาพของชายต่างวัย2คนกำลังอีรุงตุงนังบนเตียงใหญ่ในห้องนอนหรูหรา พระเอกพ่วงตำแหน่งสามีของภรรยาทั้งสามและพ่อของลูกติดอีกสองคร่อมร่างเล็กบางของทาสที่คิดว่าตลอดว่าเป็นผู้หญิงแต่ความจริงแล้วเป็นเด็กหนุ่มหน้าตางดงามยิ่งกว่าเด็กสาวแรกรุ่นเสียอีกพลางรุกรานย่ำยีร่างกายอีกฝ่ายด้วยริมฝีปากสีเข้มของตน
‘ปากเจ้าร้องบอกว่าไม่ แต่ร่างกายเจ้ามันกำลังเชื้อเชิญข้าอยู่ชัดๆ นี่มันหมายความว่าอย่างไรกันนะ?’
‘อึก ข้าไม่....อ๊าาาา!!!’
.......................
......................................
ภาพที่เห็นเร่งสีเลือดสูบฉีดบนใบหน้าคนตัวเล็กจนแดงระเรื่อ หน้าร้อนผะผ่าว นึกขอบใจความมืดที่ล้อมรอบกายทำให้อีกฝ่ายมองไม่เห็น
ฮิบาริเบือนหน้ากลับมาจากภาพน่าบัดสีเพื่อสบกับดวงตาสีน้ำผึ้งที่มองรอยู่ก่อนแล้ว.....
...........................................................................................................................................TBC
ตัดตอนอย่างเลว กร้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ตลอดชั่วชีวิตของคนอย่างฮิบาริ เคียวยะ ไม่เคยต้องทำอะไรที่ขัดใจตัวเอง.......
นั้น....เพราะไม่มีใครกล้าพอจะขัด.......
เพราะไม่เคยมีใครอาจหาญชนกับเมฆาผู้ไร้เทียมทาน.......
เพราะใครที่ท้าทายกฏแห่งนามิโมริ มันต้องได้รับจุดจบแบบไม่ตายดี............
และเพราะ คงไม่มีใครที่ทั้งบ้าและโง่ ขนาดริไปมีเรื่องให้เป็นที่ขวางหูขวางตาก๊อดฟาเธอร์เจ้าถิ่น.............
เป็นผู้ชายที่ล่องลอยอย่างอิสรเสรีตามวิถีทางแห่งตน สมกับธรรมชาติของเมฆาบนนภาสีใส
แล้วไอ้ม้าพยศคิดว่าตัวมันเป็นใคร.... ถึงกล้าทำให้เขาต้องมายืนรอมันอยู่ที่นี้ 12นาทีเต็มๆ!!!!!
.......................................
จากการจัดอันดับขั้นเทพของRanking ฟูตะ ณ ปัจจุบัน
สองสิ่งแรกที่ฮิบาริ เคียวยะ เกลียดที่สุดคือ......
‘การสุมหัว’ และ ‘การรอ’
............................................
“หึ อย่ามาสายละกัน เจ้าสัตว์กินพืช”
คำพูดสุดท้ายดั่งประกาศิตก่อนจากกันเอ่ยจากร่างบาง คนตัวสูงรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ แต่พอเอาเข้าจริงแล้ว
สุดท้ายแกมันก็..........
จิตสังหารดำมืดแผ่ขยายหน้าโรงหนังใจกลางเมืองนามิโมริจนผู้คนที่เดินสัญจรไปมาทั้งหนุ่มสาว เด็กเล็กยันคนวัยรุ่นปู่รุ่นป้าที่เป็นไม้ใกล้ฝั่งเข้าไปทุกวันพากันเลี่ยงที่จะเดินผ่านหรือเฉียดใกล้พลางหลบสายตาไม่ให้ไปเจอะกับนัยน์ตาสีนิลคมปลาบนั้นเข้าด้วยกลัวว่าจะเป็นเหยื่อให้อีกฝ่ายฟาดเล่นระบายอารมณ์หงุดหงิดแล้วกลายเป็นศพก่อนเวลาอันควรอย่างที่ชาวเมืองเห็นกันชินตาเป็นประจำ แต่กลับไม่มีใครเอาความด้วยเลยสักรายให้เสียประวัติพลเมืองดีศรีนามิโมริ
ถ้าให้ชั้นรออีกแม้แต่นาทีเดียวละก็ แกตายแน่ ดีโน่ คาบัคโรเน่!!!
บรื้นนนนน............!!
เอี๊ยดด!!!!!
รถหรูสีดำคันงามแล่นปราดจอดเทียบบันไดหน้าโรงหนังราวม้ารู้ คนชะตาขาดโผล่พรวดจากประตูรถในชุดสูทดำแบบไม่ค่อยเป็นทางการนักเพราะชายเสื้อหลุดออกมานอกกางเกง แถมเนคไทก็ลุ่ยๆเยินๆเหมือนถูกกระชาก
ตึก ตึก ตึก
“โทษทีนะเคียวยะ! เผอิญมีประชุมด่วนน่ะเลยมา......เฮ้ย!!!”
หลังจากร่างบางคอยมา12นาทีกับอีก18วินาทีเต็มไม่ขาดไม่เกิน ทอนฟาก็ได้ฤกษ์ออกมาวาดลวยลายตวัดผ่านหน้าคนเพิ่งมาที่ชะตาขาดแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว โชคยังเข้าข้างดีโน่อยู่ที่เบื้องหลังมีขบวนลูกน้องที่ห้อยสอยติดตามบอสคนเก่งมาด้วยราว5คน แน่นอนว่าไม่มีใครเข้ามาขวางหรือจับแยกคนทั้งสองออก เพราะรู้ซึ้งดี
อีกอย่างบอสคงจัดการเคลียร์ปัญหานี่ได้เอง...........มั้งนะ(?)
.................................
หลังจากตุ้บตั้บทวงหนี้ค่าเสียเวลาพอเป็นพิธีแล้ว คนสองคนในสภาพต่างราวฟ้ากับเหวก็มานั่งบนที่นั่งระดับVIPเรียบร้อย มันเป็นโซฟาขนาดนั่งได้ไม่เกิน3คน เบาะนุ่มหุ้มด้วยผ้ากำมะหยี่สีแดงเข้ม สามารถปรับระดับและเปลี่ยนเป็นเบาะนอนได้ มีโต๊ะส่วนตัวสำหรับสั่งของมาทานเล่นได้ตามอัธยาศัย สำหรับดีโน่และฮิบาริแล้ว เหล่านี้เป็นบริการฟรีทั้งหมดที่คุณลุงเจ้าของบริษัทแม่ที่ทำธุรกิจโรงภาพยนตร์และรู้จักกันดีกับบอสคาบัคโรเน่แฟมิลี่เป็นผู้รับผิดชอบ แถมลูกน้องก็ปล่อยให้ยืนอารักขาอยู่นอกประตู ที่เหลืออยู่มีแค่ตนและร่างบางที่ชวนมาด้วยเท่านั้น
บรรยากาศเงียบๆ.........อย่างที่คนน่ารักข้างตัวชื่นชอบ
ความมืด................ที่น่าพิสมัยยิ่งกว่ายามที่รู้ว่าจะมีเพียงเขาเท่านั้นที่จะได้เห็นหน้าของคนตัวเล็กในมุมแปลกใหม่
อยู่กันตามลำพัง.............ตามแผนของเขาเป๊ะๆ(???)
แบบนี้ถ้าไม่ใช่สวรรค์ของม้าพยศแล้ว จะให้เรียกว่าอะไรได้อีก!!?
โลกส่วนตัวของดีโน่พาล่องลอยไปไกลจนลืมนึกไปเลยว่าต่อให้มีคนรึไม่มี ถ้าอีกฝ่ายยัวะเมื่อไหร่ ‘เดท’ก็เป็นอันจบเห่ได้ทุกเมื่อ
ยิ่งเป็นส่วนตัวสองต่อสอง.......ถ้าทำอะไรรุ่มร่ามแม้แต่นิด ม้านำเข้าจากอิตาลีก็มีสิทธิ์กลับบ้านเก่าไปเกิดใหม่ได้โดยไร้คนรู้เห็น ดีไม่ดีอาจเป็นผีเจ้าที่เฝ้าโรงหนังเลยก็เป็นได้
แต่เมื่อความรักมันบังตา ให้โลกเป็นสีม่วง(?)อมชมพูเช่นนี้ มีหรือว่าที่ศพผู้พลีกายถวายชีวิตเพื่อรักจะสน!!!!!
ร่างสูงเอาแต่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่นั่งเอกเขนกบนโซฟานุ่มแถมดวงตายังเลื่อนลอยเหมือนหลุดโลก แต่เพราะความมืดทำให้ร่างบางมองไม่เห็นมุมหน้าหลุดๆเพ้อๆของชายหนุ่มหัวทอง
ฮิบาริมองซ้ายมองขวา นึกพอใจนักที่ไม่มีพวกชอบสุมหัวให้เป็นที่รำคาญใจเหมือนที่เห็นบ่อยๆตามสถานที่เพื่อให้ความบันเทิงเช่นนี้ เจ้านกอ้วนกลมสีเหลืองปุกปุยก็เอาแต่สนใจกับขนมขบเคี้ยวที่วางละลายตาบนโต๊ะ กระโดดละจากจานโน่นมาจานนี่ทีไม่เว้น เจ้านายเฝ้าดูสัตว์เลี้ยงแสนรักไล่ชิมขนมเวียนไปทีละจานอย่างเพลินๆจนเพิ่งนึกอะไรบางอย่างที่สำคัญขึ้นได้
หนังที่ไอ้ม้าพยศชวนเขามา มันเรื่องอะไรนะ?
“ม้าพยศ นี่หนังเรื่องอะไรนะ?”
“ดูไปก่อนเดี๊ยวก็รู้เองแหละเคียวยะ” ร่างสูงหันมาตอบท่าทางดี๊ด๊าเกินหน้าเกินตา “มาแล้วๆ.....”
แสงสว่างวาบฉายบนหน้าจอกว้างใหญ่สูงเกือบเท่าตึก3ชั้น ภาพโฆษณายาวเหยียดที่ควรมีถูกตัดทิ้งออกไปตามคำแนะนำของดีโน่
...ถ้าชวนมาดูหนังแล้วให้รอแต่โฆษณา กว่าหนังจะฉายก็กลัวว่าฮิบาริจะลุกมาขย้ำพนักงานแถมถล่มโรงหนังซ้ำอีกต่างหาก มันไม่คุ้ม....
เพลงไตเติ้ลดังขึ้นช้าๆราวโหมโรง จังหวะเนิบนาบทว่ากลับสะกดอารมณ์คนดูเพียงสองให้เผลอปล่อยใจไปกับเสียงดนตรีแนวคลาสสิคที่บรรเลงลื่นไหล
หนังเพลง....?
เจ้าม้าบ้าปัญญาอ่อนมันชอบดูหนังแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย???
ตัวละครผลัดกันออกมาประชันลีลาบทบาทในเรื่อง บทสนทนากว่า80%ล้วนถูกดัดแปลงเป็นคำร้อง โทนช้าสลับเร็ว ทุ้มต่ำสลับถี่สูงเป็นท้วงทำนองประสานเข้ากันได้ลงตัว จนคนเลือดชาตินิยมแรงอย่างฮิบาริ เคียวยะ ก็ยังอดชมไม่ได้
แน่นอนว่า ต้องชมในใจเท่านั้น เรื่องอะไรจะพูดให้เจ้าม้าพยศนี่ได้ยินกันล่ะ.....
พอดูไปสักพักฮิบาริก็พอจะจับเค้าโครงเรื่องได้ ....นางเอกเป็นหญิงสาวชาวญี่ปุ่นยุคโบราณที่ถูกจับหมั้นหมายกับขุนนางชั้นสูงในราชสำนัก แต่แล้วพอเกิดสงครามใหญ่ เป็นกลียุค ข้าวยากหมากแพง ผู้คนส่วนใหญ่กลายเป็นทาสและคนมั่งมีก็พลอยหมดตัว หล่อนถูกส่งขายเป็นทาสต่อให้พระเอกที่เป็นเศรษฐีชาวอิตาลี และไปอยู่รับใช้ที่คฤหาสน์ของเขา
เนื้อเรื่องก็พอดูได้... ถ้าไม่ใช่เพราะหนังมันเริ่มออกแนวน้ำเน่าเพราะมีภรรยาหลวงกับภรรยาน้อยอีกสอง แถมลูกติดอีกสองพ่วงมาอยู่ในคฤหาสน์เดียวกันนี่แหละ!!!
ยังดีหน่อยที่นางเอกยังมีการตอบโต้กลับบ้าง เถียงกลับบ้างรึไม่ก็ที่แรงหน่อยคือตบซ้ายขวา ผิดตามวิสัยเรียบร้อยของหญิงยุคโบราณที่ยังยึดมั่นในขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามไปนิดหน่อย
......ถ้าลองเป็นเขาล่ะก็ เจอแบบนี้ พ่อจะฟาดให้ยับตั้งแต่เจอหน้าแล้ว แถมเผาคฤหาสถ์ให้มันไม่มีที่ซุกหัวนอนด้วย!!!
ความเงียบที่ไม่ชวนให้อึดอัดอย่างที่เจอประจำของร่างบางทำให้ร่างสูงนึกโล่งใจได้เปราะหนึ่ง อย่างน้อยก็ไม่ลุกขึ้นมาอาละวาดโวยวายอย่างที่นึกๆไว้ว่าอาจมีโอกาสสัก50% ที่จะกลายเป็นศพเละๆก่อนหนังจบเพราะไม่ถูกใจ เห็นทีคงต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ซะแล้ว.....
นิ่งไปนิดพลางคิดอะไรได้
ความจริงแล้วหนังเรื่องนี้มัน.......
ลอบยิ้มบางๆ ดีโน่เขยิบตัวเข้าไปใกล้คนตัวเล็กแบบไม่ให้รู้ตัว ฉากในหนังดำเนินมาถึงตอนที่นางเอกวิ่งหนีพระเอกออกไปนอกคฤหาสน์ทั้งๆที่ฝนตก ชุดยูกาตะที่ถูกดัดแปลงให้สวมได้คล่องตัวมากขึ้นเปียกแนบลู่กับเรือนร่างขาวผุดผาด
และสิ่งที่ทำให้ทั้งพระเอกและคนดูตกใจไม่แพ้กัน คือนางเอกจากแดนอาทิตย์อุทัยไม่มีอวัยวะสำคัญที่เป็นเอกลักษณ์ของเพศแม่ ....หน้าอก....!!!
“นี่มัน......” ฮิบาริพูดไม่ออกตอนแรกคิดว่าเป็นหนังเพลงที่มีเนื้อเรื่องธรรมดาๆไม่มีอะไร ใครจะรู้ล่ะว่ามันมีหักมุมแบบนี้ด้ว.....
ซ่าาา!!!!
!!!!!
“อ๊ะ! หวา ขอโทษนะเคียวยะ มือมันลื่นไปหน่อย!!”
คนต้นเรื่องลุกลี้ลุกลน ในมือยังถือแก้วน้ำพลาสติกฝาเปิดอ้าค้างไว้ ของเหลวเย็นๆไหลซึมตั้งแต่แผ่นอกใต้เชิ้ตขาวลงมาถึงหน้าตัก อุณหภูมิติดลบทันทียิ่งกว่าอยู่ขั้วโลก
“แก๊......!!! ไอ้ม้าพยศ!!!” คนตัวโชกเกือบหมดกัดฟันกรอด
นี่เขาลืมไปได้ไงนะว่าไอ้หมอนี่มันซุ่มซ่ามยิ่งกว่าอะไรดีตอนที่ลูกน้องไม่อยู่น่ะ!!???
นัยน์ตาสีนิลฉายประกายเหมือนสัตว์ใหญ่จ้องตะครุบเหยี่อ และเหยื่อที่ว่าคงไม่พ้น..... ก่อนจะได้ทันหายใจแล้วเขียนพินัยกรรม สุรเสียงจากสวรรค์แผดลั่นพลันพุ่งเข้าหา
“....ตาย!!!”
พรืดด.......
“อะ....!”
ยามทอนฟาคู่ใจตวัดเข้าที่ใบหน้าอย่างจงใจ ดีโน่เอี้ยวตัวหลบไปเหยียบก้อนน้ำแข็งที่ตกกระจายเรี่ยราดบนพื้น ร่างสูงเสียศูนย์หงายหลังตึง!
และเท้าของม้าซุ่มซ่ามก็ดันไหลไปตัดขาคนตัวเล็กที่โกรธจนหน้ามืด ล้มลงมากระแทกด้วยอีกคนดังโครม!
“อู๊ยย.....เจ็บๆๆ” บอสแก๊งค์ใหญ่ร้องครวญพลางยันกายมือคล่ำหัวปอยๆ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าลุกไม่ขึ้นเพราะมีร่างของใครบางคนทับอยู่
และใครคนนั้นก็กำลังส่งสายตาคาดโทษจนคนมองหน้าซีด
“เคียวยะ.... คือว่า.....”
‘ไม่! ปล่อยข้านะเจ้าคนวิปริต!!!’
เสียงหนึ่งหยุดการกระทำและคำพูดให้ชะงักงัน ตาต่างสีสองคู่หันไปมองที่หน้าจอพร้อมกัน
‘หึ ถ้าเจ้าว่าข้าวิปริต แล้วนี่คืออะไร...!?’
ภาพของชายต่างวัย2คนกำลังอีรุงตุงนังบนเตียงใหญ่ในห้องนอนหรูหรา พระเอกพ่วงตำแหน่งสามีของภรรยาทั้งสามและพ่อของลูกติดอีกสองคร่อมร่างเล็กบางของทาสที่คิดว่าตลอดว่าเป็นผู้หญิงแต่ความจริงแล้วเป็นเด็กหนุ่มหน้าตางดงามยิ่งกว่าเด็กสาวแรกรุ่นเสียอีกพลางรุกรานย่ำยีร่างกายอีกฝ่ายด้วยริมฝีปากสีเข้มของตน
‘ปากเจ้าร้องบอกว่าไม่ แต่ร่างกายเจ้ามันกำลังเชื้อเชิญข้าอยู่ชัดๆ นี่มันหมายความว่าอย่างไรกันนะ?’
‘อึก ข้าไม่....อ๊าาาา!!!’
.......................
......................................
ภาพที่เห็นเร่งสีเลือดสูบฉีดบนใบหน้าคนตัวเล็กจนแดงระเรื่อ หน้าร้อนผะผ่าว นึกขอบใจความมืดที่ล้อมรอบกายทำให้อีกฝ่ายมองไม่เห็น
ฮิบาริเบือนหน้ากลับมาจากภาพน่าบัดสีเพื่อสบกับดวงตาสีน้ำผึ้งที่มองรอยู่ก่อนแล้ว.....
...........................................................................................................................................TBC
ตัดตอนอย่างเลว กร้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
edit @ 9 May 2009 20:55:07 by Freedeal [ฟรีเดล]
Tags: d18, fanfic, incompleto, lost, reborn3 Comments

COLORLESS LANDSCAPE
#1 By ¡¡¡SusPenSioN!!! on 2009-05-09 21:24