[Fic & AUfic] Incompleto :: Lost [3] (D18)
posted on 12 May 2009 11:05 by freedeal in FictionTitle :: Incompleto :: Lost
Pairing :: D18
Rate :: NC-??? (คาดว่าน่าจะราว16-17 ใครรู้ก็ช่วยบอกที คนเขียนจะได้เลิกเสี้ยน)
Warning :: ถมขาวเกือบทั้งตอน = =" (รึไม่ต้องถม เพราะคนอ่านคงไม่ได้จิตใจใสซื่อเท่าไหร่ คึหึหึ....)
ปล. ฟิคนี้สามารถติดตามอ่านได้ทางบอร์ดรีบอร์นในหมวด Yaoi Land ในชื่อเรื่องเดียวกันค่ะ
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
Lost [3]
ครั้งแรกที่สบตา อัญมณีต่างสีสองคู่ฉายแววแปลกแยกแตกต่าง
ครั้งแรกที่ใกล้ชิด ดวงตาเริ่มได้เห็นตัวตนที่แท้จริงภายใต้หน้ากากความเย็นชาและความรื่นรมยินดี
ครั้งแรกที่สัมผัส หัวใจรับรู้ได้ถึงเสียงเพรียกร้อง โหยหา คาดหวังในบางสิ่ง.......ที่ตนไม่คุ้นเคย
ความคิดแรกที่ผุดในหัว ในการปรากฏตัวของคนตรงหน้า
สำหรับเขา........ก็แค่สัตว์กินพืชไม่เจียมกะลาหัวตัวหนึ่ง ริอ่านจะสั่งสอนกฎเหล็กแห่งนามิโมริ
และสำหรับอีกคน.........ก็แค่หน้าที่ที่เขาต้องทำเพื่อให้เด็กนี้เก่งขึ้น เป็นกำลังสำคัญให้กับศึกที่กำลังจะมาถึง
แต่นั้น กลับกลายเป็นจุดเล็กๆที่แต่งแต้มลงบนผืนผ้าใบสีขาว เชื่อมความสัมพันธ์คนสองคนเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว จากศิษย์และอาจารย์...... จากคนของแฟมิลี่ที่เป็นพันธมิตรต่อกัน....... แปรเปลี่ยนไปสู่..........ความสัมพันธ์ใหม่ที่ยากจะลบเลือน
“..อื้อ........อืมม......”
ฮิบาริไม่รู้ตัวว่าเมื่อไหร่กันที่แผ่นหลังถูกพลิกกลับดันติดพื้นตามด้วยวงแขนที่กักตัวไว้ไม่เหลือทางให้หนีรอด สัมผัสวาบหวามรุกรานหยอกล้อในโพรงปากและลำตัวหนาที่แนบชิดจนแทบเรียกได้ว่าไม่เหลือช่องว่างให้เขยิบกายเร่งอุณหภูมิพุ่งสูง เหงื่อเม็ดโตเกาะพราวตามใบหน้าและลำคอดีโน่แต่ร่างบางก็ไม่ได้นึกรังเกียจ ปล่อยให้ชายหนุ่มมอบสัมผัสรสฉ่ำหวานตามใจชอบ มือกร้านเริ่มปลดกระดุมเสื้อสูทเนื้อดีราคาแพงทีละเม็ด......ด้วยความรีบร้อน
ทำไมถึง......กลายเป็นแบบนี้ไปได้
ไม่เข้าใจ.....
ทันทีที่เสื้อนอกถูกถอดออกและเหวี่ยงออกไปตามด้วยอาภรณ์ตัวในที่กระดุมคงเป็นสิ่งไม่จำเป็น มือใหญ่ไม่รอช้าล้วงผ่านรอยแหวกของสาปเสื้อเชิ้ตสีขาว ลูบไล้พลางกดหนักๆเป็นบางจุดเรียกเสียงครางปนหอบน้อยๆ ลมหายใจร้อนผะผ่าวเป่ารดหน้าผากคนตัวสูงที่ซุกหน้าเม้มซากคอขาวผ่องอย่างย่ามใจ
ภาพที่เห็นไม่แจ่มชัดนักเหมือนมีม่านหมอกบังตา เพราะไอความร้อนของอีกฝ่ายหรือของเขาเองก็ไม่คิดจะใส่ใจ ร่องรอยสีกุหลาบที่ตราเด่นบนต้นคอเริ่มลามไล่ต่ำลงมายังแผ่นอกที่สั่นไหวจากจังหวะหัวใจที่เต้นแรงเกินควบคุม สิ่งที่ได้ยินยามแนบใบหูลงบนตำแหน่งของต้นกำเนิดเสียงเรียกรอยยิ้มและประกายบางอย่างในดวงตาสีสว่างฉายเจิดจ้าเสียจนหวั่นไหว
........ก่อนดวงหน้าคมจะครอบครองติ่งไตสีสวยน่ากินบนแผ่นอกเข้าไปในปาก!
“อ๊ะ! นี่แก...!!!” ร้องอย่างเผลอตัวแล้วดิ้นขลุกขลักนิดๆเพราะความจั๊กจี้ปนเสียวซ่าน ฟันคมกัดเบาๆพลางใช้ลิ้นโลมเลียราวลิ้มชิมของหวานรสเลิศ ฝ่ามือปาดป่ายสำรวจร่างโปร่งบางอย่างซุกซนทุกซอกทุกมุมให้หน้าคนตัวเล็กแดงก่ำ “...อะ.....”
“เรียกชื่อชั้นสิ เคียวยะ.....”
ริมฝีปากเล็กแดงระเรื่อสั่นระริก ของเหลวเหนียวใสชุ่มจนยอดเล็กสีชมพูอ่อนนุ่ม
“.......ไม่!” กัดฟันตอบอย่างไม่ยอมแพ้ คนตัวสูงส่ายหน้า
“ดื้อแบบนี้ไม่เอานะคนเก่ง” ดุกลายๆจนนัยน์ตาคู่สวยถลึงมอง “รู้มั้ยว่าจะต้องโดนลงโทษยังไง.....”
“ลงโทษอะไรของแ........อึ๊ก!!!”
ความเย็นจากผืนพรมนุ่มสีแดงเลือดหมูที่ปูเพิ่มความหรูหราภายไม่ได้ช่วยลดอุณหภูมิร้อนในกายแม้เพียงนิด มือใหญ่ดึงขอบกางเกงสีดำลงต่ำถึงข้อเข่าเกี่ยวสอยปราการด้านในออกมาด้วย ลมเย็นไล้เลียผิวกายโดยตรงทำเจ้าของร่างขนลุก ดีโน่สัมผัสกายเบื้องล่างแผ่วเบาราวแก้วเปราะบาง หากคนโดนกระทำกลับสะท้านเฮือกเหมือนไฟช๊อต!
“ชั้นทำแบบนี้ เคียวยะชอบมั้ย?” มือขยับเลื่อนขึ้นลงสม่ำเสมอจงใจเร่งอารมณ์และกำแพงทิฐิทีมีให้พังทลาย
แทนคำตอบ ร่างเบื้องล่างแอ่นกายเข้าหาสัมผัสที่มอบให้มากขึ้น รอยยิ้มบางฉายบนใบหน้าคม
ความหยาบกร้านจากการจับอาวุธนำพาความรู้สึกยากจะอดกลั้นผ่านผิวกายอ่อนไหว หลุดเสียงครางเครือตะกุกตะกักที่ไม่อาจตีความเป็นอื่นได้อีก ความซื่อตรงอันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของฮิบาริสัมพันธ์กับการแสดงออกทางร่างกายชัดเจนเสียจน.....กลายเป็นความไร้เดียงสาที่ยั่วประสาทและสติอย่างร้ายกาจ แต่เจ้าตัวคงไม่รู้......
จมูกโด่งฝังลงบนเรือนผมนุ่มสลวยสีนกกา หลับตาพริ้มพลางนึก
เสียดายแฮะที่พอทำแบบนี้แล้วมองหน้าเคียวยะไม่ค่อยชัดเท่าไหร่.......
อยากจดจำใบหน้าสวยที่แสดงความต้องการเปี่ยมล้น........
อยากเห็นร่างเล็กบิดกายทรมานยามล่วงล้ำแทรกกายเข้าหา.........
อยากรู้ว่าแววดื้อรั้นในดวงตาคู่งามนั้นจะเปลี่ยนไปเช่นไร..........
ชั้นอยากจะ...........
“อึก...!!”
นิ้วยาวผละจากเรือนร่างนุ่มนิ่ม เลื่อนต่ำลงก่อนรุกล้ำผ่านช่องทางคับแคบ กล้ามเนื้อรอบๆเกร็งขึงต่อต้านตามสัญชาตญาณ ผิวเนื้อบอบบางฉีกขาดจากการเสียดสีที่ห่างหายไปนาน กลิ่นคาวโลหิตโชยคละคลุ้งจมูกและลำคอจนรู้สึกคลื่นไส้
ฮิบาริแนบหน้ากัดปากหวังช่วยคลายความเจ็บปวดจากเบื้องล่าง ฝ่ามือเล็กกดยันกำแพงจนไหล่ห่อหมดเรี่ยวแรง ลมหายใจเข้าออกหอบถี่และแรงอย่างน่ากลัว
“หึ ทำได้แค่นี้เองรึไงแกน่ะ”
กระนั้น เมฆาก็ยังคงเป็นเมฆาอยู่วันยังค่ำ ท้าทายและเด็ดเดี่ยว......จนอดไม่ได้ที่จะลิ้มลอง
“ท้าเหรอ?”
นิ้วเรียววนควานหาจุดเร้าภายในร่างบาง ถลำลึกขึ้น ของเหลวข้นเหนียวจากแผลฉีกขาดภายในร่างยิ่งทะลักออกจนแสบร้อนทั่วกาย แต่มันช่วยหล่อลื่นได้ดี
“...ก็....แล้วแต่แก.....จะคิด.....อึก...”
หูแว่วเสียงกระซิบเจือคลื่นกระสันไม่ปิดบัง แผ่นหลังบางแอ่นรับกายที่ใหญ่กว่าเข้ามาในร่าง ฝ่ามือกร้านกอบกุมมือเล็กอีกฝ่ายแน่น ช่องทางร้อนระอุเบื้องล่างแทบทำให้เก็บกักเรี่ยวแรงและอารมณ์ไว้ไม่อยู่ เผลอกระแทกร่างนุ่มลึกยิ่งขึ้นจนแผ่นอกสะท้านเกร็ง เล็บจิกพรมหนาแรงจนซีดระบายความหฤหรรษ์ที่แล่นริ้วผ่านการขยับของสะโพกแกร่ง ลึกขึ้น.....ลึกขึ้น....
ดวงตาสีนกกาสะท้อนเพียงภาพเงารางๆของตัวเองบนเพดานหินอ่อนวาววับ
ภาพของกฎเหล็กแห่งนามิโมริและผู้พิทักษ์เมฆาที่แกร่งที่สุดของวองโกเล่....กำลังถูกย่ำยี.....แพ้พ่ายให้กับนภาแสนอบอุ่นแห่งคาบัคโรเน่
ทั้งร่างกาย........
และ.....หัวใจ..........ต่างถูกจับจองเป็นของคนอื่นไปแล้วหมดสิ้น
จังหวะสอดประสานเข้ารับลงตัวกระตุ้นไฟราคะและสะโพกหนาให้ขยับเร็วขึ้น ช่วงล่างร้าวระบมปวดจี๊ดผ่านไขสันหลังแล่นถึงสมอง ของเหลวสีขาวขุ่นถูกปลดปล่อยเลอะเปรอะหน้าท้องร่างสูงเช่นเดียวกับความอุ่นวาบที่หลั่งไหลภายในร่างเล็กเช่นกัน
เสียงหอบเหนื่อยล้าพลางหมดเรี่ยวแรงที่จะฝืนยืนหยัดร่างกายฉุดร่างชายหนุ่มเบื้องบนล้มลงนอนทับคนตัวเล็ก ขาเพรียวบางเหยียดสั่นระริกจากแรงมหาศาลที่รุนรานเมื่อครู่หากสิ่งที่ยังคั่งค้างในกายตนยังไม่ได้ถูกถอนออกไป ความอึดอัดที่คาอยู่กับความเหนียวเหนอะหนะน่ารำคาญไม่อยู่ในความสนใจของฮิบาริมากไปกว่าการพักผ่อนเอาแรง
เสียงวุ่นวายจากฉากล่อแหลมในหนังเงียบหายไปได้พักหนึ่งแล้วอย่างที่คนทั้งคู่ไม่ทันสังเกต สติซึ่งยังพอมีเหลืออยู่พอให้ได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของม้าพยศที่เคยนึกปรามาสไว้ พลันเริ่มดับวูบ
ความอ่อนล้าที่สะสมตลอดทั้งสัปดาห์กับการทำงานและกิจกรรมรักที่เพิ่งผ่านพ้นฉุดร่างเล็กหลับใหลไปกับห้วงนิทรารมย์ที่แสนสุข
หากคนที่ถูกเข้าใจผิดว่าหลับไปแล้วกลับลืมตาขึ้น เงยหน้ามองใบหน้าหลับพริ้มเพราของอีกฝ่ายที่มีความหมายและอิทธิพลกับเขาอย่างเหลือเชื่อ ไม่เฉพาะทางด้านความสัมพันธ์ทางร่างกาย.....แต่เป็นความรู้สึกในใจที่เริ่มก่อตัวขึ้นช้าๆนับตั้งแต่เจอหน้าครั้งแรก.....และโหมรุนแรงขึ้นเมื่อเวลาผันผ่านจวบจนวันนี้
เป้าหมายในตอนแรกที่เพียงคิดว่าอยากจะชวนอีกฝ่ายมาพักผ่อนกันตามลำพังสองคนถูกพับเก็บไปตั้งแต่สบตานะยะประชิดนั้นแล้ว.....แต่การที่ร่างบางไม่ปฏิเสธมันก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่หรือ?
ขยับตัวถอนกายเชื่องช้า ปฏิกิริยาสะดุ้งเบาๆจากฮิบาริย้ำเตือนดีโน่ให้ระมัดระวังมากกว่านี้ หยาดมธุรสไหลย้อนตามช่องทางสีหวานซึมผืนพรมเป็นด่างดวงเข้ม จวบจนกายตัดขาดการเชื่อมต่ออย่างสมบูรณ์แผ่นอกเรียบเนียนถึงผ่อนความเกร็งฝุบลงสะท้อนซึ่งลมหายใจอ่อนแรง กลิ่นคาวเลือด.....สีแดงซึ่งสดใหม่หยดหย่อมๆราวกลีบกุหลาบพร่างพรมบนเตียงคู่บ่าวสาวในยามเข้าหอคืนแรก ผสมปนเปกับสีขาว......หากมิได้บริสุทธ์ดั่งนิยามว่า
อยากจะรู้ว่า สีขาวนั้น..... จะเป็นเพียงสีสันที่รวมซึ่งสีต่างๆเข้าไว้ด้วยกันมิได้เชียวหรือ?
มนุษย์ผู้ใดกันที่บัญญัติ ว่ากล่าวไว้ ว่า สีขาวพิสุทธ์นั้น คือความซื่อใส แสนบริสุทธ์
แล้วสีขาวซึ่งเกิดจากความสัมพันธ์ผิดแผกจารีตนิยมสังคมของคนสองคนนั้นเล่า ยังจะเป็นสิ่งที่เรียกว่าความบริสุทธ์ได้ไหม.........
สิ่งที่เห็น... ประทับสลักไว้ในความทรงจำ ตราตรึงยิ่งกว่าลิ่มที่ตอกลึกบนหัวใจต่างแผ่นศิลา
ถ้อยคำนับร้อยพันที่ได้ฟัง.... ซึมซาบเข้าหัวสมอง เป็นยิ่งกว่าคำหวานเลี่ยนไร้สาระ เพราะความหมายอันลึกซึ้งที่แฝงในนัยยะนั้น
หรือเพราะคนพูด... คือคนตรงหน้าที่ใจปรารถนา ถึงได้สำคัญ.....?
“ชั้นรักเธอ เคียวยะ”
เอ่ยออกไปทั้งๆที่รู้ว่าอีกฝ่ายไม่มีทางได้ยิน อ้อมแขนโอบรัดเอวบางเข้าหา เรือนผมนุ่มสลวยสีรัตติกาลซุกแนบแผ่นอกแกร่งรู้สึกจั๊กจี๊บ้างเป็นบางครา ดวงตาสีน้ำผึ้งไม่สะท้อนสิ่งใดเพียงร่างขาวผุดผาดนี้อีก
เสื้อสูทสีดำของดีโน่ซึ่งถูกเขวี้ยงไปกองแหมะบนพนักพิงโซฟาถูกคว้ามาใช้แทนผ้าห่มจำเป็น คลุมร่างคนทั้งคู่ให้คลายความเหน็บหนาวจากกระแสลมเย็นสังเคราะห์เบื้องบน
จังหวะหายใจเข้าออกเริ่มประสานเป็นบทเพลงเดียวกัน เสียงกรนเบาๆดั่งบทร้องขับกล่อมให้จมดิ่งสู่ห้วงฝันมิมีจุดสิ้นสุด
รอยยิ้มหวานฉายน้อยๆบนริมฝีปากคู่แดงสวยช้ำด้วยพิษจูบ
.....ชั้นก็เหมือนกัน เจ้าสัตว์กินพืช.......
COLORLESS LANDSCAPE
555555555
ขอแสดงความยินดีกับดีโน่
ที่ทำตามแผนได้สำเร็จ
#1 By ●•WàtëR MéLõÑz•● on 2009-05-15 22:29