Fiction

[ES21 Fanfic] The night under snow -2- 'Decision'

posted on 02 Sep 2008 21:41 by freedeal  in Fiction

 

...The night under snow...

  

 

- 2 -

 

Decision

 

 

 

....ในอีกไม่นานหลังจากการแข่งขันนัดสำคัญสิ้นสุดลง สเตเดียมที่เคยคาคั่งผู้คนล้วนว่างเปล่า แสงไฟที่เคยฉายสว่างไสวบนสนามเริ่มหรี่ลง เหลือเพียงให้ความสว่างกับวิสัยทัศน์ของผู้ดูแลสนามที่เข้ามาจัดการเท่านั้น

 

ภายในห้องพักนักกีฬา มีเพียงความอึมครึมที่รายล้อม ไม่มีเสียงตะโกน "Max!!!" ของมอนตะ ไม่มีเสียงร้องร่าเริงของคุริตะ ไม่มีวงสปินเป็นลูกข่างของทาคิ ไม่มีแม้แต่...เสียงเจื้อยแจ้วที่เชียร์ทีมเดมอนอย่างฮึกเหิมของสึซึนะ

 

ร่างอ้วนกลมนั่วซุกตัวมุมห้องอย่างโดดเดี่ยว... แผ่นหลังกว้างสั่นกระตุกเป็นพักๆสลับกับเสียงสะอื้นลอดผ่านมาให้ได้ยิน

 

แกร๊ก...

 

ร่างบางก้าวเข้ามาหลังบานประตู ความหมองหม่นอยู่ในดวงตาสีฟ้าคู่นั้น

 

"...พี่มาโม" สึซึนะร้องเสียงเบา โผเข้ากอดมาโมริที่โอบกอดปลอบอย่างอ่อนโยน พลางกวาดตามองทุกคนในห้องไม่เว้นแม้แต่เซอร์บิรุส ที่กินเยอะทุกครั้ง แต่คราวนี้ชามข้าวของมันกลับพร่องไปน้อยกว่าปกติ จนอู๊ดบราเธอร์ถึงกับเดินเข้ามาด้อมๆมองๆดูด้วยความเป็นห่วง

 

"กลับกันไปหมดแล้วล่ะ" เธอหมายถึงทุกคนในทีมเทย์โคคุ รอยยิ้มบางดูเศร้า "ทุกคนทำดีที่สุดแล้วล่ะจ้ะ อย่าซึมไปเลยนะ..."

 

แม้เธอจะพยายามทำตัวให้ร่าเริงขึ้น หากเธอเองก็รู้ตัวดีว่า ความรู้สึกของเธอในตอนนี้ก็แย่ไม่แพ้คนอื่นๆ แม้เธอจะไม่ใช่สมาชิกที่เป็นผู้เล่นบนสนาม หรือสิ่งที่เธอทำได้มีเพียงช่วยเหลืออยู่ห่างๆเคียงข้างสึซึนะและโดบุโรคุ

 

เธอก็ยังเป็นสมาชิกคนสำคัญอีกคนหนึ่งของทีมอยู่ดี คนสำคัญที่พวกเขาต่างก็ขาดเธอไม่ได้เช่นกัน เพียงแต่ตอนนี้เธอจำเป็นต้องเข้มแข็งและอดทนกล้ำกลืนน้ำตา เพื่อเป็นหลักให้กับทุกคน...

 

"เอ้อจริงสิ แข่งกันมาเหนื่อยๆแบบนี้ หิวกันบ้างมั้ยจ๊ะ?" เธอถามอย่างนึกขึ้นได้ น้ำเสียงที่พยายามดึงขึ้นสูงให้ฟังดูร่าเริงกลับแปร่งๆพิลึกๆจนทุกคนเงยหน้าขึ้นสบตามาโมริครู่หนึ่ง แล้วส่ายหน้าท่าทางหมดอาลัยตายอยากแทนคำตอบ

 

"ถึงหิว ก็กินอะไรไม่หรอกหรอกฮะ" เซนะพูดขึ้น ที่วางข้างกายคือหมวกเหล็กอายชีลด์คู่ใจที่ผ่านร่วมกันมาทุกการแข่งขัน

 

การแข่งขันที่บัดนี้สิ้นสุดลง พร้อมกับความฝันของทุกคน

 

 

 

ปึ้งง!!!!!!!

 

 

ปังๆๆๆๆ!!!!

 

 

"มัวทำอะไรอยู่ฟะ! เจ้าพวกตูดหมึก!"

 

 

เจ้าของเสียงที่คุณรู้ว่าใครปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับปลายกระบอกปืนที่กวาดชี้หน้าทุกคนในห้องอย่างไม่นึกกลัวว่ามันจะลั่นขึ้นมาจริงๆ  ฝ่ายมาโมริเองก็ไม่รู้ว่าจะเตือนหรือขอบคุณดี เพราะการปรากฏตัวของอีกฝ่ายเรียกให้คนที่ซึมมาตลอดอย่างพวกเซนะเริ่มมีปฏิกิริยาขึ้นมาบ้างแล้ว

 

"คุณฮิรุม่า"   "ฮิรุม่า...."   "พี่โย"

 

คำเรียกที่แตกต่างกันหากมันหมายความได้ถึงคนๆเดียวเท่านั้น

 

"รีบๆย้ายก้นกลับไปเก็บของกันได้แล้ว ซ้อมพรุ่งนี้น่ะเริ่ม6โมงนะเฟ้ย" ปีศาจผมทองแยกเขี้ยวข่มขู่ "รึพวกแกคิดจะอู้กันห๊ะ?"

 

"ซ้อม???" ทุกคนพูดพร้อมกันแบบงงๆ และคนต้นเรื่องก็ไม่ยอมให้ลูกทีมที่น่ารักสงสัยได้นาน "ก็เออเซ่ะ แมทช์ฤดูใบไม้ผลหน้าพวกนายจะไม่ลงเรอะไง ...คริสต์มาสโบวล์น่ะมันจบแล้ว... นั่งทำซึมให้รากงอกมันจะมีประโยชน์ตรงไหนกันฟะ"

 

คำพูดยาวๆของปีศาจเสียดแทงหัวใจจนนิ่งอึ้ง

 

 '...คริสต์มาสโบลว์น่ะมันจบแล้ว...'

 

ประโยคสั้นๆกลับก้องในสมองอยู่ทุกลมหายใจ หากไม่เป็นเพราะคำพูดสุดท้ายที่กลับฉุดพลังใจบางอย่างขึ้นมาแทนที่

 

ยูคิมิทซึเปรยยิ้มๆ "นั้นสินะ"

 

"แมทช์ฤดูใบไม่ผลิรอพวกเราอยู่ และมันจะไม่มีทางจบเหมือนวันนี้อีกเด็ดขาด" จูมอนจิเอ่ยท่าทางมุ่งมั่น คุริตะเงยหน้าขึ้นทั้งน้ำตา "ถะ....ทุกคน..."

 

"เออ เอาก็เอาวะ เป็นไงเป็นกันสิ ฉันเองก็ชักคันไม้คันมือขึ้นมาแล้ว" คุโรกิกับโทง่าโน่ยิ้มกว้าง หักมือดังกร๊อบแกร๊บเคียงข้างจูมอนจิที่พยักหน้าให้กัน

 

"อ่าฮาฮ้า!!! มีฉันเป็นผู้เล่นสุดเพอร์เฟ็กค์อยู่ทั้งคน หายห่วงได้เลยทุกคน"

 

ทาคิหมุนไปรอบๆห้อง สึซึนะหยิบกระป๋องน้ำขึ้นมาโขกหัวหนักๆจนทาคิถึงกับหมอบน้ำตาไหลพราก "มันเจ็บนะมายซิสเตอรรรร์" "พี่เองก็เหมือนกันนั้นแหละ หัดเอาจริงเอาจังให้เหมือนคนอื่นเขาบ้างสิยะ!"

 

เสียงหัวเราะที่ประสานกันอย่างเบิกบานทั้งห้องไล่บรรยากาศมืดมนเมื่อครู่หายไปราวไม่เคยเกิดขึ้นไม่เว้นแม้แต่มุซาชิกับคุริตะ

 

"ฉันเอาจริงMaxอยู่แล้ววว!!!!" รีซีพเวอร์ทีมเดมอนหยิบกล้วยมาจากไหนไม่รู้เข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆแล้วอดชูสองนิ้วตามสไตล์เดิมๆของตัวเองไม่ได้

 

"ลิง" "ไม่ใช่ มนุษย์วานรต่างหาก" "อื้อ แอ๊คชั่นปัญญาแบบมนุษย์วานร"

 

สามพี่น้องหาหาหาเห็นพ้องต้องกันเหมือนเคย จ้องดูเจ้าของท่าแอ๊คชั่นปัญหาแบบมนุษย์วานรไม่วางตา

 

"บอกแล้วว่าฉันไม่ใช่ลิง! เจี้ยกกกกก!!!"

 

คำปฏิเสธกับท่าทางที่ตรงกันข้ามเรียกสีหน้าปลงๆจากสามคน นั้นยิ่งทำให้มนุษย์วานรลมออกหูเข้าไปใหญ่ เรียกเสียงฮาและรอยยิ้มกว้างไม่เว้นแม้แต่มุซาชิ

 

เซนะมองเพื่อนที่ร่วมฝ่าฟันกันมาถึงคริสต์มาสโบวล์แล้วอดดีใจไม่ได้ ...ถึงแม้ศึกครั้งนี้จะจบลงอย่างที่ไม่ว่าใครก็ไม่ต้องการ แต่ทุกคนก็ยังอยู่ เป็นเพื่อนของพวกเขา....

 

สิ่งที่เขาจะทำให้ทุกคนได้คงมีเพียง.....

 

 

"ผมน่ะ...." เซนะเอ่ยขึ้นเมื่อเสียงหัวเราะนั้นเริ่มเบาลงมากแล้ว "ผมเองก็จะแข็งแกร่งขึ้นให้มากกว่านี้...." ปลายเสียงเงียบหายไปอย่างที่ทุกคนที่กำลังรอฟังแบบจดจ่อสุดๆต่างหากันลุ้นว่าจะออกมาเป็นแบบไหน

 

 

".....หนะ....แน่นอนครับ!"

 

ท่ามกลางความโล่งใจของทุกคน รอยยิ้มร่าแกมเขินๆนิดหน่อยและคำประกาศก้องของเซนะได้ปลุกไฟความกระตือรือร้นในตัวทุกคนให้ลุกโชน สึซึนะได้ทีกระโดดตีลังกาม้วนตัวขึ้นยืนบนโต๊ะทันที "ย่าห์!!! เดมอนเดวิลแบ๊ทส์ Let's Go - Let's Go - Gooo!!!!!"

 

"โอ้!!!!"

 

ทั้งหมดวางมือด้วยกันแล้วกู่ร้องอย่างครื้นเครงในสัญญาที่ต่างคนต่างให้ไว้ ก่อนจะรู้สึกได้ถึงออร่าสีดำทมิฬพวยพุ่งจากคนที่พวกเขารู้กันดีว่าใคร

 

"เคี้ยกๆๆ ง้านนเหรอพวกนาย..."

 

เอ่ยเสียงรื่นเริงซะเสียจนไม่น่าไว้วางใจนักในความรู้สึก ก่อนที่สิ่งที่คิดไว้จะเป็นจริง ห่ากระสุนรัวเฉียดๆฝ่าเท้าไม่เว้นจังหวะเร่งให้แต่ละคนพากันกระโดดหลบเป็นเจ้าเข้า!

 

"ถ้างั้นรออะไรกันอยู่ฟะ! บอกให้รู้ไว้ก่อนนะว่าใครชักช้าคนนั้นต้องถูกลงโทษ" ปีศาจแยกยิ้มกว้างถึงใบหู "นับหนึ่งถึงสาม หนึ่ง..."

 

ไม่จำเป็นต้องให้บอกซ้ำ ต่างคนก็ต่างวิ่งหน้าตั้งคว้าข้าวของทุกอย่างเท่าที่จะคว้าได้ยัดใส่กระเป๋ากันแบบชุลมุนสุดเหวี่ยง "สอง..."

 

คนแรกที่เก็บของได้เสร็จก่อนใครคือ คุโรกิ ที่กำลังพยายามแทรกตัววิ่งหลบออกไปที่ประตูอย่างทุลักทุเลพร้อมกับจูมอนจิและโคมุซึบิที่เสร็จตามมา แต่ก็ต้องสะดุดเมื่อเจอกับอุปสรรคชิ้นโตที่ยืนหันไปหันมาเหงื่อแตกพลั่กยืนขวางทางออกจากนรกอย่างไม่รู้ตัวสักนิด  "น้ำหวานของฉัน...อยู่ไหนกันน่ะ!!?"

 

ร่างอ้วนกลมของคุริตะทั้งรื้อทั้งค้นทุกซอกทุกมุมของกระเป๋ารวมถึงใต้โต๊ะใต้เก้าอี้อย่างร้อนใจ แต่ทำเอาสามคน...ที่ตอนนี้เพิ่มเป็นห้าเป็นหกคนแล้วตอนนี้มองเห็นชะตากรรมของตัวเองแจ่มแจ้ง

 

 

"สาม!!!"

 

 

ซ่าาาาา----------าาา!!!!!!!

 

 

ของเหลวสีชมพูอ่อนใสรดลงมาบนใบหน้าอย่างจัง แล้วเริ่มไหลไปตามเสื้อผ้าจนทั่ว เมื่อลองดมดู กลิ่นหอมหวานจี๊ดๆก็สูบสีเลือดหายไปจากใบหน้าของคนโชคร้ายกลุ่มแรกจนซีดเป็นกระดาษ...

 

"...แฮ่.....!!!!"

 

เท่านั้นเอง หนูทดลองยาฝูงแรกก็ได้ฤกษ์ทดสอบพลังกายและความเร็วโดยมีเครื่องทุ่นแรงเป็นเซอร์บิรุส เส้นทางหลบหนีที่คับแคบในห้องเล็กๆเหมือนแกล้งให้เหยื่อเริ่มผลุบหายไปทีละคนสองคน

 

และตอนนั้นเองยากที่จะมีใครสังเกต ฮิรุม่าเดินสะพายปืนผละออกมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มโฉดสะใจ หายไปหลังบานประตูให้คนเบื้องหลังไปไล่แก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันเอาเอง แต่นั้นก็ไม่อาจหลุดรอสายตาของมาโมริที่มองตามไปจนลับสายตา...

 

edit @ 5 Sep 2008 21:34:32 by Freedeal [ฟรีเดล]

 

Eyeshield 21 FanFic [Hiruma x Mamori]

 

...The night under snow...

 

 

- 1 -

 

 

วันหนึ่ง ในฤดูหนาว

 

หิมะกำลังตก....

 

เสียงเชียร์ดังกึกก้อง... ประสานกับเสียงกู่ร้องแหบแห้ง

 

พร้อมกับเสียงนกหวีดที่ดังขึ้น ดับลมหายใจ11คนบนสนามไปชั่วขณะ

 

 

"จบการแข่งขัน  ที่ 30 ต่อ 49"

 

 

"เทย์โคคุเป็นฝ่ายชนะ!!!"

 

จบคำ เสียงเฮลั่นสะท้อนไปทั่วทั้งสนาม ประกาศถึงชัยชนะที่ได้มาอย่างไร้ข้อกังขา

 

ทว่าอีกฝั่งหนึ่งนั้น... มีเพียงดวงตาที่เบิกกว้าง และร่างกายที่ไม่อาจทำได้แม้เพียงขยับเขยื้อน

 

'ไม่จริง'

 

ใบหน้าภายใต้อายชีลด์ซีดเผือดไม่ต่างกับคนอื่นๆในทีม แม้แต่มาโมริและสึซึนะที่ยืนเชียร์ข้างสนามมาตลอด โดบุโรคุเองไม่พูดอะไรนอกจากเบนสายตาไปทางอื่นเสีย

 

ไลน์แมนและคิกเกอร์ อย่างคุริตะและมุซาชิสบตากัน แล้วเบือนกลับไปมองคนอีกคนหนึ่งที่ยืนห่างออกไป

 

ร่างสูงเพรียวยืนนิ่งงัน ผมตั้งสีทองบลอนด์ชี้ยุ่งเหยิง หยาดเหยื่ออาบทั่วใบหน้าอย่างที่เจ้าตัวไม่คิดจะเช็ดออก มือใหญ่ยังคงถือหมวกเหล็กไว้ข้างตัว ไม่มีแม้แต่เสียงสบถด่าหรือเสียงปืนที่ดังเปรี้ยงปร้างอย่างหงุดหงิด หากสิ่งที่ 'พวกเขา' และ 'เธอ' เห็นมากกว่านั้น มันคือแววตาหม่นหมอง และละทิ้งทุกสิ่งที่มีอยู่ ณ ตอนนั้น ไม่ผิดเพี้ยนจากแววตาที่เคยปรากฏชัดเมื่อครั้งจบศึกกับเซย์บุตอนก่อนหน้านี้

 

 

'...จบสิ้นกันแล้ว คริสต์มาสโบวล์...'

 

 

.......................................................................................

 

 

Talk

 

แฟนฟิคอายชีลด์ คู่ฮิรุxมาโมงับ >////< คู่นี้เป็นอะไรที่ชอบมาก ปีศาจกับนางฟ้า.... หุหุหุหุ แบบนี้ก็สนุกน่ะเซ่ะ (**หัวเราะชั่วร้าย**)

 

อันนี้เป็นแค่บทเริ่มเท่านั้นเองแหละ ตอนต่อไปจะคลอดมาเร็วๆนี้เพราะเขียนตัวต้นฉบับไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้เกลาให้มันเวิร์คขึ้น แต่เราแต่งให้มันฮาไม่ค่อยได้ เรื่องเลยจะออกแนวซีเรียสๆ เศร้าๆทึมๆนิดๆ คงไม่เป็นไร....มั้ง?

 

ที่จริง วันนี้มีคุยเอ็มกับโมเอะจังมา.... ด้วยเราทักก่อนเป็นเหตุ เพราะจะถามว่า จะเรียกหมวกที่ใช้สวมเวลาเล่นอเมริกันฟุตบอลว่าอะไรดี แต่พอคุยไปคุยมา ก็เลยเกิดอะไรๆแบบนี้....

 

 

โมเอะ : มิกุก็.....ผู้หญิงตัวเขียวๆ (แล้วพิมพ์อะไรเพิ่มก็จำไม่ได้)

 

 

กลายเป็นยัยสาหร่ายไปซะงั้น..... คิดไปได้นะตู

 

 

โมเอะเธอบอกว่าตอนนี้เปลี่ยนจากนิยมทุ่งลาเวนเดอร์มาเป็นพิสมัยทุ่งลิลลี่เรียบร้อย บ้าสาวโมเอะรึไงกันจ้ะ?

 

 

 

 

พอลองวาดให้ ก็ได้มาเป็นแบบนี้

 

 

  

...รู้สึกจะชื่อมิกุอะไรเนี่ยแหละนะ ไม่รู้สิ ไม่ได้ดูเรื่องนี้ซะด้วย แต่เห็นคนเค้าชอบกันเยอะจัง.... พอให้ลองวาดก็เลยพอถูๆไถๆไปได้อ่ะนะ

 

แล้วก็อีกคนนึงที่ขอมา ...ฮาคุ...

 

 

 

 

ว้าคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคค!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

โมเอะสิ้นดี!!!!!!!! ทำหน้าแบบนั้นมันอ่อยชัดๆ อ้าคคคคคคคค!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

(**ถูกถีบ**)

 

 

ก่อนเลิกเอ็มวันนี้ ก็แอบวาดเป็นแฟนเซอร์วิสให้ เพราะเบื่อๆ...

 

 

 

 

 

เสียงตอบรับของโมเอะคือ ช๊อคค้าง.... แล้วตามด้วยกรี๊ดสนั่นหวั่นไหว (ตูเขียนเว่อร์ชิบ)

 

 

มันแปลกมากขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย........???

 

ใครก็ได้ตอบตูที!!!!!

 

edit @ 14 Aug 2008 22:41:24 by Freedeal [ฟรีเดล]